Latest Message: 16 hours, 37 minutes ago
|
แด่เธอด้วยความรัก
เรื่องสั้น : niyom185
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปแล้ว เขายังนั่งรอเธอที่ร้านเดิมที่เจอกันครั้งแรก ร้านอาหารเล็กๆเงียบสงบ ตกแต่งด้วยโคมไฟสีเหลืองนวลข้างทางขึ้นมีกระถางไม้ประดับจำพวกบอนหลากสี ภายในร้านมีแผ่นโปสการ์ดวางขายเป็นภาพแหล่งท่องเที่ยวดังๆจากทั่วประเทศบางแห่งเขาไม่เคยไปเคยเห็นแต่ในภาพถ่าย สวยดี เขาคิดสถานที่จริงไม่รู้ว่าจะสวยเท่าในภาพหรือเปล่า ‘จะรับอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าครับ’ เด็กเสิร์ฟถาม เขาขอน้ำเปล่าอีกแก้ว มองนาฬิกาเหมือนจะถามว่า เธอจะมาหาเขามั้ย ในใจหวาดหวั่น สับสนพอๆกับความหวังที่มีข้างใน ความหวังที่ว่า ความดีของเขาจะชนะใจเธอได้ขอเพียงเธอให้โอกาสเขาได้ดูแลเธอ และทุกอย่างกำลังจะไปได้ด้วยดีถ้าหากว่า ใครคนนั้นไม่ย้อนกลับมาและนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากลัว ช่อดอกกุหลาบสีแดงเสียบอยู่ในแจกันทรงกรวยที่เขาบรรจงเลือก กลีบของมันสดเข้ม อวบอิ่ม เขาจัดแจงวางไว้กลางโต๊ะคิดว่าเธอคงชอบ ผู้หญิงเหมาะกับดอกไม้สวยๆ แม้บางครั้งเขาจะเผลอเลอไปบ้าง แต่ครั้งนี้เขาไม่อาจเผลอเลอได้อีก ข้างนอกร้าน หยดน้ำล่วงหล่นจากฟากฟ้าเริ่มจากเบาๆ ก่อนจะเทลงมาหนาหนัก สายลมพัดโมบายเซรามิกส่งเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง หยดน้ำเป็นฝ้าเกาะกระจกขุ่นมัวหลายๆหยดเล็กๆรวมกันเป็นหยดใหญ่ไหลเป็นทาง เขาใช้มือลูบเช็ดกระจกเพื่อให้มองเห็นข้างนอก รถยังวิ่งเชื่องช้าบนถนน ติดกันเป็นแถว ไฟหน้ารถสว่างจ้ามองเห็นหยดน้ำเป็นเส้นสายราวต่อกันขึ้นไปจนถึงท้องฟ้าดำมืด แหวนหมั้นในกล่องเย็นเฉียบอาจเพราะไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ หรืออากาศชื้นจากข้างนอก เขาลูบคลำมันเล่นโดยไม่รู้ตัว สายตามองไปนอกร้านแต่ไม่ได้จับจ้องที่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ลุกเดินขึ้นไปดูโปสการ์ดเพียงเพื่อฆ่าเวลา จำได้ว่าเขากับเธอรู้จักกันครั้งแรกที่ร้านนี้ เพื่อนผู้หญิงแนะนำให้รู้จัก เธอดูเศร้า หน้าซีดและอิดโรยเหมือนอดนอนติดต่อกันหลายคืน ดวงตาแดงช้ำราวกับผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วง เพื่อนพยายามชวนคุย เล่าเรื่องตลก แต่เธอเพียงหัวเราะแกนๆ มากกว่าจะขำจริงจัง สายตาติดจะเหม่อลอย ครั้งนั้น เขารู้จักเพียงชื่อเธอ และเพียงสวัสดีทักทายกัน จากนั้นมา เขาก็ชวนเธอมาเรื่อย เพราะไม่อยากให้เธอจมอยู่แต่กับเรื่องนั้น ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยถามว่าเรื่องอะไร เขาคิดว่าถ้าเธออยากเล่าก็คงจะเล่าเอง อีกอย่างเขาคิดว่าคงปลอบใจได้ไม่ดีนัก แม้จะอยากทำก็เถอะ บางครั้ง ระหว่างเขากับเธอจึงมีเพียงความเงียบสนทนากัน แต่สิ่งที่เขาจำได้คือเธอไม่กิไอศกรีมรสมะนาว พนักงานเริ่มเก็บโต๊ะเก้าอี้ ทั้งร้านว่างโล่งเหลือเพียงโต๊ะเขาคนเดียว เด็กเสิร์ฟเหลือบมองด้วยความสงสัยว่ากำลังรอใครอยู่ ฝนตกหนัก ดึกป่านนี้แล้วคงไม่มีใครมาอีก เขาหยิบโทรศัพท์ออกมากดเบอร์ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเหมือนตีกลองทุกครั้งที่กดเหมือนฟาดด้วยไม้ เสียง ตี๊ดด ตี๊ดด ๆๆๆ ไม่มีคนรับสาย เธอคงลืมโทรศัพท์ เขาคิด หรือเธออาจไม่มาแล้ว ข้างนอก ฝนยังไม่หยุดตก ฟ้าแลบแปรบปลาบ เขาเก็บแหวนใส่ในกระเป๋าเสื้อ วิ่งออกจากร้านฝ่าสายฝนไปหารถที่จอดไว้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองสามครั้ง ระบบสั่นของมันทำเอาเธอสะดุ้งตื่นจากภวังค์ หน้าจอแสดงชื่อคู่หมั้นของเธอ เธอปล่อยให้มันส่งเสียงอยู่อย่างนั้นเพราะ ตอนนี้ เธอออกมาจากบ้านแล้ว แต่กำลังจะไปพบใครอีกคน คนที่ครั้งหนึ่งทำให้เธอร้องไห้แทบตาย หัวใจแหลกสลาย กระทั่งคิดว่าชีวิตนี้ไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว ดังนั้น เมื่อเพื่อนบอกว่ามีคนจะแนะนำให้รู้จัก เธอพูดว่า ‘ขอบใจมากนะ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับใคร’ ‘ ไม่ได้ให้เปิดรับนี่นา ไปดูก่อนก็ได้ จะได้รู้จักกันไว้ อย่างน้อยเป็นเพื่อนกัน’ เพื่อนโน้มน้าว เพราะเกรงใจเพื่อนเธอจึงยอมไปด้วย วันนั้น เธอรู้จักเขาเพียงชื่อ และเพียงสวัสดีทักทายกัน วันนั้น ฝนตกเช่นเดียวกันกับวันนี้


















































